CIC CAMT มช. ศึกษาต้นแบบนวัตกรรมแบรนด์ระดับตำนานจีน ณ ECUST เซี่ยงไฮ้ ต่อยอดการพัฒนาแบรนด์ท้องถิ่นไทยสู่สากล
June 9, 2026 2026-06-09 6:13CIC CAMT มช. ศึกษาต้นแบบนวัตกรรมแบรนด์ระดับตำนานจีน ณ ECUST เซี่ยงไฮ้ ต่อยอดการพัฒนาแบรนด์ท้องถิ่นไทยสู่สากล
CIC CAMT มช. ศึกษาต้นแบบนวัตกรรมแบรนด์ระดับตำนานจีน ณ ECUST เซี่ยงไฮ้ ต่อยอดการพัฒนาแบรนด์ท้องถิ่นไทยสู่สากล
เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 ศูนย์ China Intelligence Center (CIC) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี (CAMT) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้รับการประสานความร่วมมือจาก Chinese Academy of Sciences (CAS) เพื่อเข้าศึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับ School of Art Design and Media แห่ง East China University of Science and Technology (ECUST)
การเยือนครั้งนี้มุ่งเน้นการศึกษาแนวทางการพัฒนาแบรนด์ท้องถิ่นผ่านนวัตกรรม การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ และการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและแบรนด์ท้องถิ่นไทยสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ
ศึกษาความสำเร็จโครงการ China Time-honored Brands Innovation
คณะผู้บริหารจากศูนย์ CIC นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดนัยธัญ พงษ์พัชราธรเทพ รองคณบดีและหัวหน้าศูนย์ CIC ได้ร่วมประชุมกับคณะผู้บริหารและนักวิจัยของ School of Art Design and Media แห่ง ECUST
การประชุมได้รับเกียรติจาก
- Prof. Nathan Nee ผู้ก่อตั้งหน่วยงานวิจัย
- Prof. Yu Zhihong
- Prof. Jerem Wang
ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับโครงการ “中华老字号创新” (China Time-honored Brands Innovation) ซึ่งเป็นโครงการต้นแบบระดับประเทศของจีนในการยกระดับแบรนด์เก่าแก่หรือ Heritage Brands ให้สามารถแข่งขันได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
Innovation for Heritage Brands: เปลี่ยนคุณค่าดั้งเดิมสู่มูลค่าใหม่ทางเศรษฐกิจ
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ศูนย์ CIC ให้ความสนใจคือแนวคิด “Innovation for Heritage Brands” หรือการสร้างนวัตกรรมให้กับแบรนด์เก่าแก่ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม
โมเดลดังกล่าวใช้การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ (Design Innovation) เทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience Design) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์ดั้งเดิม โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์และคุณค่าทางประวัติศาสตร์เอาไว้
แนวทางนี้ถือเป็นต้นแบบสำคัญที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าท้องถิ่น และธุรกิจวัฒนธรรมของประเทศไทย เพื่อสร้าง Soft Power และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก
Co-Working Innovation Space: ห้องทดลองแห่งการสร้างแบรนด์ยุคใหม่
อีกหนึ่งแนวทางที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือรูปแบบการจัดการพื้นที่ Co-Working Space ภายในหน่วยงานวิจัยของ ECUST
พื้นที่ดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา นักออกแบบ นักวิจัย และเจ้าของแบรนด์ ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง
โมเดลนี้ช่วยเชื่อมโยงภาคการศึกษาเข้ากับภาคธุรกิจ ทำให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์
ศูนย์ CIC เล็งเห็นถึงศักยภาพในการประยุกต์ใช้แนวคิดดังกล่าวเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและพัฒนาแบรนด์ท้องถิ่นให้สามารถแข่งขันในตลาดสากลได้อย่างยั่งยืน
ศึกษาระบบส่งเสริมการลงทุนและระบบนิเวศธุรกิจของเซี่ยงไฮ้
นอกจากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาแบรนด์และนวัตกรรมแล้ว คณะผู้บริหารจากศูนย์ CIC ยังได้เข้าเยี่ยมชม
- Shanghai Putuo District Administrative Service Centre
- Shanghai Putuo Investment Promotion Office
เพื่อศึกษากระบวนการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน การสนับสนุนผู้ประกอบการต่างชาติ และการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem)
แนวทางดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เซี่ยงไฮ้กลายเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรม การลงทุน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับโลก
เชื่อมองค์ความรู้จีนสู่การพัฒนาแบรนด์ท้องถิ่นไทย
การศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของศูนย์ CIC ในการเป็นสะพานเชื่อมองค์ความรู้ระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน
องค์ความรู้ที่ได้รับจาก CAS และ ECUST จะถูกนำมาวิเคราะห์และต่อยอดเพื่อพัฒนากลไกสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะการยกระดับแบรนด์ท้องถิ่น สินค้าชุมชน และธุรกิจสร้างสรรค์ ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรม การออกแบบ และเทคโนโลยีดิจิทัล
สร้างอนาคตใหม่ให้แบรนด์ไทยด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์
ความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างสถาบันการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาองค์ความรู้เชิงลึกด้าน Creative Economy, Design Innovation และ Heritage Brand Transformation
ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันผู้ประกอบการไทยให้สามารถสร้างคุณค่าใหม่จากอัตลักษณ์ท้องถิ่น และก้าวสู่การแข่งขันในตลาดระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน




